โรงเรียนบ้านอังกุล
เลขที่ 09 บ้านอังกุล 7 ถ.อังกุล ต.ใจดี อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ 33140   [ศรีสะเกษ เขต 3]
หน้าหลัก
     เกี่ยวกับเรา | ผู้บริหาร | บุคลากร | ข่าวและกิจกรรม | ศิษย์เก่า | เว็บบอร์ด | ติดต่อเรา | ผู้ดูแลระบบ
ค้นหาหน่วยงาน :             
เว็บไซต์สำเร็จรูป [2549]  สงวนลิขสิทธ์ ® จุดาบุตรกรุ๊ป              
ระบบแจ้งเตือนใกล้หมดอายุสมาชิกแบบพิเศษ 
  เว็บไซต์ของท่านใกล้หมดอายุสมาชิกแบบพิเศษ ใน 1 เดือน 26 วัน
  หมดอายุวันที่ 20/06/2557 ติดต่อทีมงาน Thai-school.net
  Thai-school.net : ประกาศรับสมัครงาน , ระบบข้อมูลโยกย้าย-สับเปลี่ยน ข้าราชการ ออนไลน์
   เพื่อนบ้านใหม่ : ศูนย์เทียบโอนความรู้และประสบการณ์ , โรงเรียนบ้านแม่รัง, โรงเรียนวัดหลวงวิทยา,


 เรื่อง/ประกาศ : ครูดี...โรงเรียนเด่น




 เอ่ยถึงการสอน "สองภาษา" คนส่วนใหญ่คงนึกได้ทันทีว่าเป็นการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อในการพัฒนาความรู้ และทักษะต่างๆ ควบคู่กับภาษาไทย แต่จะมีสักกี่คนที่จะรู้จัก และคุ้นเคยกับการสอนในรูปแบบ "ทวิภาษา" ซึ่งใช้ภาษาท้องถิ่นเข้ามาร่วมจัดการศึกษาให้กับกลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อให้เด็กมีการเรียนรู้ และมีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาที่ดีขึ้น!!!

"ครูดี...โรงเรียนเด่น" ฉบับนี้จะพาผู้อ่านเดินทางลัดเลาะขึ้นดอยไปตามไหล่เขา เพื่อเยี่ยมชมการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนบ้านรักแผ่นดิน อ.เถิง จ.เชียงราย หนึ่งในโรงเรียนนำร่อง ตามโครงการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาไทย โดยใช้ภาษาท้องถิ่นร่วมจัดการเรียนรู้ (ทวิภาษา/ไทย-ม้ง) ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 4 และมูลนิธิภาษาศาสตร์ประยุกต์
- เด็กม้งคะแนนต่ำ
นายสากล อินต๊ะวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านรักแผ่นดิน เล่าว่า โรงเรียนแห่งนี้เปิดสอนระดับชั้นอนุบาล 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยก่อนหน้านี้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่นี่ ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง 98% มีคะแนนตกต่ำทุกวิชา และเมื่อมาวิเคราะห์หาสาเหตุก็พบว่า เกิดจากเด็กไม่เข้าใจภาษาไทย และอ่านไม่ออก เขียนไม่คล่อง ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลหลักที่เด็กจะทำข้อสอบในแต่ละวิชาไม่ได้

"ผมเข้าใจดีว่าภาษาไทยไม่ได้เป็นภาษาแม่ของเด็กกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง จึงเป็นเรื่องยากที่เด็กจะเข้าใจภาษาไทยได้อย่างดี ผมจึงต้องหาแนวทางแก้ปัญหานี้มาตลอด จนกระทั่งได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการฯ และเริ่มนำภาษาม้ง เข้ามาร่วมจัดการเรียนการสอนควบคู่กับภาษาไทย ตั้งแต่ปี 2552 ในชั้นอนุบาล 1 และปีต่อๆ ไปได้ขยายไปในชั้นอนุบาล 2 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และในปี 2555 จะขยายไปยังชั้นประถมศึกษาปีที่ 2"

- พัฒนาการดีขึ้น
ผอ.โรงเรียนบ้านรักแผ่นดิน ยังเล่าด้วยว่า รู้สึกดีใจเมื่อผลการประเมินปลายปีของเด็กมีการพัฒนาการที่ดีขึ้นในทุกด้าน ได้แก่ การเรียนรู้ สังคม และจิตใจ นอกจากนี้ยังมีระเบียบวินัย กล้าคิด กล้าแสดงออก กล้าพูดกับครู โดยเดิมในระดับอนุบาลผลการประเมินอยู่ที่ 60% แต่ปัจจุบันเพิ่มขึ้นมาเป็น 80-90% และเมื่อเปรียบเทียบพัฒนาการของเด็กในวัยเดียวกันกับโรงเรียนข้างเคียง ก็ยิ่งเห็นความแตกต่างมากขึ้น

"การเรียนการสอนจะยึดหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่จะใช้ภาษาม้งในการสอน โดยใช้ครูท้องถิ่นที่รู้ภาษาม้งเป็นผู้สอน และมีครูไทยเป็นผู้ควบคุมจะช่วยสอนด้านภาษาไทย ซึ่งในชั้นอนุบาลปีที่ 1 จะเริ่มจากการเรียนรู้ในสิ่งใกล้ตัว โดยให้ครูม้งพูดก่อนแล้วใช้ภาษาไทยพูดตาม ซึ่งจะทำให้เด็กเข้าใจในความหมายได้เร็วขึ้น ผิดกับเมื่อก่อนที่จะสอนแต่ภาษาไทยอย่างเดียว เด็กก็เลยไม่เข้าใจ"
ภาษาไทยวันละนิด
"ครูหมี่" น.ส.อรุณี แซ่ท่อ ครูท้องถิ่นประจำชั้นอนุบาลปีที่ 1 ถ่ายทอดวิธีการสอนว่า การเรียนการสอนจะต้องมีแผนการสอนเหมือนโรงเรียนทั่วไป โดยใน 1 วันจะเรียนภาษาไทย 30 นาที แบ่งเป็น เช้า 15 นาที และบ่าย 15 นาที ซึ่งจะไม่เน้นสอนพูด แต่จะเน้นสอนการฟังและให้เด็กปฏิบัติตามครู เช่น ครูชี้ไปที่ประตู เด็กก็จะชี้ตามแล้วเด็กก็จะรู้ว่านี่คือประตู ส่วนในช่วงเวลาอื่นก็จะเรียนในวิชาอื่นเป็นภาษาม้ง

...ในแต่ละวันเด็กจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการรักษาความสะอาดร่างกาย การเคลื่อนไหว โดยจะมีการฉายภาพให้เด็กดู และให้เด็กเล่าเรื่องจากภาพ หรืออาจให้เด็กเขียนภาพสร้างสรรค์ จากนั้นก็จะสอนการใช้ภาษาม้ง โดยเน้นความหมาย การจินตนาการ นอกจากนี้จะสอนการเตรียมอ่านเขียน ให้เด็กได้เริ่มท่องตัวอักษร สังเกตคำที่เหมือนคำที่ต่างกัน ขณะเดียวกันก็จะสอดแทรกวิชาวิถีชีวิตเข้าไปด้วย โดยนำเรื่องในชุมชนมาสอนเด็ก เพื่อไม่ให้เด็กได้ลืมรากเหง้า ประเพณี และวัฒนธรรมของตนเอง

- กล้าคิด กล้าทำ
"ครูหมี่" เล่าด้วยว่า ก่อนที่จะได้เข้ามาสอนต้องไปอบรมการสอนในแต่ละวิชา และต้องทำสื่อการเรียนการสอนร่วมกับชุมชน และโรงเรียน โดยการสอนภายในห้องจะมีครูไทย และครูม้งอยู่ด้วยกัน โดยครูม้งจะทำหน้าที่สอน ส่วนครูไทยจะช่วยดูแลเด็ก และแนะนำเทคนิคการสอนให้ ซึ่งถือเป็นเรื่องดีที่มีโครงการนี้ เพราะจะทำให้ได้เรียนรู้ตั้งแต่เด็ก แม้จะเป็นคนละภาษาแต่ก็เรียนเนื้อหาเดียวกันกับเด็กทั่วไป

"สอนที่นี่ 3 ปีแล้ว รู้สึกภูมิใจที่ได้สอนเด็กในชุมชนของเราเอง และรู้สึกผูกพัน ซึ่งตัวเองก็จบมาจากที่โรงเรียนแห่งนี้ จำได้ว่าเมื่อครั้งที่อยู่อนุบาล 1 ครูจะสอนภาษาไทยทั้งหมด ทำให้ไม่เข้าใจที่ครูสอนเลย จนโตมาถึง ป.1 ก็ยังเขียนชื่อตัวเองไม่ได้ ผิดกับตอนนี้ที่มีการสอนภาษาม้งด้วย ทำให้เด็กมีความสุขในการเรียน กล้าแสดงออก มีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น เด็กสามารถสื่อสารกับครูได้อย่างเข้าใจ มีปัญหาก็กล้าที่จะมาบอกครู ซึ่งเป็นการลดช่องว่างระหว่างครูกับเด็กได้อย่างดี"
- ขาดงบฯจ้างครูท้องถิ่น
ปิดท้ายกันที่ นางบุษบา ประภาสพงศ์ นักวิชาการศึกษา ชำนาญการพิเศษ ในฐานะหัวหน้าโครงการฯ กล่าวว่า ได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่าอย่างน้อยควรจะมีการสอนภาษาม้งให้กับเด็กจนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยในช่วงต้นจะต้องให้เด็กได้เรียนภาษาถิ่นที่มากกว่าภาษาไทย จากนั้นเมื่อโตขึ้นจึงลดภาษาถิ่นแล้วเพิ่มภาษาไทยให้มากขึ้น จนในที่สุดก็ให้เหลือแต่ภาษาไทยเพียงอย่างเดียว

"มีโรงเรียนที่ต้องการจะเข้าโครงการอีกมาก แต่ขณะนี้เรายังขาดงบประมาณ ที่จะใช้ในการจ้างครูท้องถิ่น ทั้งที่จริงๆ แล้วครูเหล่านี้ได้รับค่าจ้างเพียง 4,000 บาทต่อเดือนเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่จำนวนเงินที่มากนัก ดังนั้นหากครูที่สอบบรรจุของ สพฐ. สามารถพูดได้สองภาษา ก็จะไม่ต้องมีปัญหาในส่วนนี้ อย่างไรก็ตามครูท้องถิ่นส่วนใหญ่จะจบแค่ม.3 เท่านั้น แต่เนื่องจากคนเหล่านี้มีใจรัก มีความสามารถ จึงตั้งใจที่จะทำงานในจุดนี้ต่อไป แม้เงินค่าจ้างจะถือว่าน้อยนิดก็ตาม"

... ก็ได้แต่หวังว่าโครงการดีๆ เช่นนี้คงจะมีความยั่งยืน และดำเนินการต่อเนื่องตลอดไป เพราะแม้ปัจจุบันเด็กกลุ่มชาติพันธุ์จะมีโอกาสเข้าถึงการศึกษากันมากขึ้น แต่หากเด็กกลุ่มนี้ไม่สามารถเรียนรู้ และไม่เข้าใจภาษาไทยที่แท้จริง โอกาสทางการศึกษาที่เกิดขึ้นก็คงไม่เกิดประโยชน์อย่างแน่นอน!!!


ที่มา:สยามรัฐวันศุกร์ ที่ 02 มีนาคม 2555 เวลา 05:33 น

 วันที่ 02/03/2555-05:39:33