โรงเรียนบ้านอังกุล
เลขที่ 09 บ้านอังกุล   7 ถ. อังกุล ต. ใจดี อ. ขุขันธ์ จ. ศรีสะเกษ  33140   [ ศรีสะเกษ เขต 3 ]
    Home เกี่ยวกับ ผู้บริหาร บุคลากร ศิษย์เก่า บอร์ด ติดต่อ Admin
  Thai-school.net : ประกาศรับสมัครงาน , ระบบข้อมูลโยกย้าย-สับเปลี่ยน ข้าราชการ ออนไลน์
   เพื่อนบ้านใหม่ : , ,  
 

Download as  
 เอกสาร : ครูดี...โรงเรียนเด่น




 เอ่ยถึงการสอน "สองภาษา" คนส่วนใหญ่คงนึกได้ทันทีว่าเป็นการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อในการพัฒนาความรู้ และทักษะต่างๆ ควบคู่กับภาษาไทย แต่จะมีสักกี่คนที่จะรู้จัก และคุ้นเคยกับการสอนในรูปแบบ "ทวิภาษา" ซึ่งใช้ภาษาท้องถิ่นเข้ามาร่วมจัดการศึกษาให้กับกลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อให้เด็กมีการเรียนรู้ และมีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาที่ดีขึ้น!!!

"ครูดี...โรงเรียนเด่น" ฉบับนี้จะพาผู้อ่านเดินทางลัดเลาะขึ้นดอยไปตามไหล่เขา เพื่อเยี่ยมชมการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนบ้านรักแผ่นดิน อ.เถิง จ.เชียงราย หนึ่งในโรงเรียนนำร่อง ตามโครงการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาไทย โดยใช้ภาษาท้องถิ่นร่วมจัดการเรียนรู้ (ทวิภาษา/ไทย-ม้ง) ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 4 และมูลนิธิภาษาศาสตร์ประยุกต์
- เด็กม้งคะแนนต่ำ
นายสากล อินต๊ะวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านรักแผ่นดิน เล่าว่า โรงเรียนแห่งนี้เปิดสอนระดับชั้นอนุบาล 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยก่อนหน้านี้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่นี่ ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง 98% มีคะแนนตกต่ำทุกวิชา และเมื่อมาวิเคราะห์หาสาเหตุก็พบว่า เกิดจากเด็กไม่เข้าใจภาษาไทย และอ่านไม่ออก เขียนไม่คล่อง ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลหลักที่เด็กจะทำข้อสอบในแต่ละวิชาไม่ได้

"ผมเข้าใจดีว่าภาษาไทยไม่ได้เป็นภาษาแม่ของเด็กกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง จึงเป็นเรื่องยากที่เด็กจะเข้าใจภาษาไทยได้อย่างดี ผมจึงต้องหาแนวทางแก้ปัญหานี้มาตลอด จนกระทั่งได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการฯ และเริ่มนำภาษาม้ง เข้ามาร่วมจัดการเรียนการสอนควบคู่กับภาษาไทย ตั้งแต่ปี 2552 ในชั้นอนุบาล 1 และปีต่อๆ ไปได้ขยายไปในชั้นอนุบาล 2 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และในปี 2555 จะขยายไปยังชั้นประถมศึกษาปีที่ 2"

- พัฒนาการดีขึ้น
ผอ.โรงเรียนบ้านรักแผ่นดิน ยังเล่าด้วยว่า รู้สึกดีใจเมื่อผลการประเมินปลายปีของเด็กมีการพัฒนาการที่ดีขึ้นในทุกด้าน ได้แก่ การเรียนรู้ สังคม และจิตใจ นอกจากนี้ยังมีระเบียบวินัย กล้าคิด กล้าแสดงออก กล้าพูดกับครู โดยเดิมในระดับอนุบาลผลการประเมินอยู่ที่ 60% แต่ปัจจุบันเพิ่มขึ้นมาเป็น 80-90% และเมื่อเปรียบเทียบพัฒนาการของเด็กในวัยเดียวกันกับโรงเรียนข้างเคียง ก็ยิ่งเห็นความแตกต่างมากขึ้น

"การเรียนการสอนจะยึดหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่จะใช้ภาษาม้งในการสอน โดยใช้ครูท้องถิ่นที่รู้ภาษาม้งเป็นผู้สอน และมีครูไทยเป็นผู้ควบคุมจะช่วยสอนด้านภาษาไทย ซึ่งในชั้นอนุบาลปีที่ 1 จะเริ่มจากการเรียนรู้ในสิ่งใกล้ตัว โดยให้ครูม้งพูดก่อนแล้วใช้ภาษาไทยพูดตาม ซึ่งจะทำให้เด็กเข้าใจในความหมายได้เร็วขึ้น ผิดกับเมื่อก่อนที่จะสอนแต่ภาษาไทยอย่างเดียว เด็กก็เลยไม่เข้าใจ"
ภาษาไทยวันละนิด
"ครูหมี่" น.ส.อรุณี แซ่ท่อ ครูท้องถิ่นประจำชั้นอนุบาลปีที่ 1 ถ่ายทอดวิธีการสอนว่า การเรียนการสอนจะต้องมีแผนการสอนเหมือนโรงเรียนทั่วไป โดยใน 1 วันจะเรียนภาษาไทย 30 นาที แบ่งเป็น เช้า 15 นาที และบ่าย 15 นาที ซึ่งจะไม่เน้นสอนพูด แต่จะเน้นสอนการฟังและให้เด็กปฏิบัติตามครู เช่น ครูชี้ไปที่ประตู เด็กก็จะชี้ตามแล้วเด็กก็จะรู้ว่านี่คือประตู ส่วนในช่วงเวลาอื่นก็จะเรียนในวิชาอื่นเป็นภาษาม้ง

...ในแต่ละวันเด็กจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการรักษาความสะอาดร่างกาย การเคลื่อนไหว โดยจะมีการฉายภาพให้เด็กดู และให้เด็กเล่าเรื่องจากภาพ หรืออาจให้เด็กเขียนภาพสร้างสรรค์ จากนั้นก็จะสอนการใช้ภาษาม้ง โดยเน้นความหมาย การจินตนาการ นอกจากนี้จะสอนการเตรียมอ่านเขียน ให้เด็กได้เริ่มท่องตัวอักษร สังเกตคำที่เหมือนคำที่ต่างกัน ขณะเดียวกันก็จะสอดแทรกวิชาวิถีชีวิตเข้าไปด้วย โดยนำเรื่องในชุมชนมาสอนเด็ก เพื่อไม่ให้เด็กได้ลืมรากเหง้า ประเพณี และวัฒนธรรมของตนเอง

- กล้าคิด กล้าทำ
"ครูหมี่" เล่าด้วยว่า ก่อนที่จะได้เข้ามาสอนต้องไปอบรมการสอนในแต่ละวิชา และต้องทำสื่อการเรียนการสอนร่วมกับชุมชน และโรงเรียน โดยการสอนภายในห้องจะมีครูไทย และครูม้งอยู่ด้วยกัน โดยครูม้งจะทำหน้าที่สอน ส่วนครูไทยจะช่วยดูแลเด็ก และแนะนำเทคนิคการสอนให้ ซึ่งถือเป็นเรื่องดีที่มีโครงการนี้ เพราะจะทำให้ได้เรียนรู้ตั้งแต่เด็ก แม้จะเป็นคนละภาษาแต่ก็เรียนเนื้อหาเดียวกันกับเด็กทั่วไป

"สอนที่นี่ 3 ปีแล้ว รู้สึกภูมิใจที่ได้สอนเด็กในชุมชนของเราเอง และรู้สึกผูกพัน ซึ่งตัวเองก็จบมาจากที่โรงเรียนแห่งนี้ จำได้ว่าเมื่อครั้งที่อยู่อนุบาล 1 ครูจะสอนภาษาไทยทั้งหมด ทำให้ไม่เข้าใจที่ครูสอนเลย จนโตมาถึง ป.1 ก็ยังเขียนชื่อตัวเองไม่ได้ ผิดกับตอนนี้ที่มีการสอนภาษาม้งด้วย ทำให้เด็กมีความสุขในการเรียน กล้าแสดงออก มีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น เด็กสามารถสื่อสารกับครูได้อย่างเข้าใจ มีปัญหาก็กล้าที่จะมาบอกครู ซึ่งเป็นการลดช่องว่างระหว่างครูกับเด็กได้อย่างดี"
- ขาดงบฯจ้างครูท้องถิ่น
ปิดท้ายกันที่ นางบุษบา ประภาสพงศ์ นักวิชาการศึกษา ชำนาญการพิเศษ ในฐานะหัวหน้าโครงการฯ กล่าวว่า ได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่าอย่างน้อยควรจะมีการสอนภาษาม้งให้กับเด็กจนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยในช่วงต้นจะต้องให้เด็กได้เรียนภาษาถิ่นที่มากกว่าภาษาไทย จากนั้นเมื่อโตขึ้นจึงลดภาษาถิ่นแล้วเพิ่มภาษาไทยให้มากขึ้น จนในที่สุดก็ให้เหลือแต่ภาษาไทยเพียงอย่างเดียว

"มีโรงเรียนที่ต้องการจะเข้าโครงการอีกมาก แต่ขณะนี้เรายังขาดงบประมาณ ที่จะใช้ในการจ้างครูท้องถิ่น ทั้งที่จริงๆ แล้วครูเหล่านี้ได้รับค่าจ้างเพียง 4,000 บาทต่อเดือนเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่จำนวนเงินที่มากนัก ดังนั้นหากครูที่สอบบรรจุของ สพฐ. สามารถพูดได้สองภาษา ก็จะไม่ต้องมีปัญหาในส่วนนี้ อย่างไรก็ตามครูท้องถิ่นส่วนใหญ่จะจบแค่ม.3 เท่านั้น แต่เนื่องจากคนเหล่านี้มีใจรัก มีความสามารถ จึงตั้งใจที่จะทำงานในจุดนี้ต่อไป แม้เงินค่าจ้างจะถือว่าน้อยนิดก็ตาม"

... ก็ได้แต่หวังว่าโครงการดีๆ เช่นนี้คงจะมีความยั่งยืน และดำเนินการต่อเนื่องตลอดไป เพราะแม้ปัจจุบันเด็กกลุ่มชาติพันธุ์จะมีโอกาสเข้าถึงการศึกษากันมากขึ้น แต่หากเด็กกลุ่มนี้ไม่สามารถเรียนรู้ และไม่เข้าใจภาษาไทยที่แท้จริง โอกาสทางการศึกษาที่เกิดขึ้นก็คงไม่เกิดประโยชน์อย่างแน่นอน!!!


ที่มา:สยามรัฐวันศุกร์ ที่ 02 มีนาคม 2555 เวลา 05:33 น

 วันที่ 02/03/2555-05:39:33
 

เอกสาร


ประวัติของอุตสาหกรรมน้ำมัน
ระบบการศึกษาในสิงคโปร์
หนุนคิดเป็นแก้ปัญหาได้ วิธีเรี..
สพฐ.บรรจุครู130คนไม่มีใบอนุญาต
คลิปคำสั่งเสีย หลวงพ่อคูณ ปริส..
วันเข้าพรรษา 2558 ประวัติวันเข..
โครงการเร่งด่วน! มาตรการช่วยเห..
อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ส่อแววหมดอำน..
ครูช่วยครูหรือครูโกงครู
อย่าปล่อยโกง ใน สกสค.ลอยนวล

เอกสารเพื่อนบ้าน


ประกาศผู้มีสิทธิ์สอบครูสังคมศึ..
ประกาศผลสอบระดับ ม.4 ประเภทห้อ..
ฟหกฟหกฟหกฟหกหก
โครงการขอรับบริจาค
แนวข้อสอบวิชาการศึกษา ครู กทม..
ประกาศรับสมัครครูสังคมศึกษา(หน..
ประกาศรับสมัครครูสังคมศึกษา(หน..
ประกาศรับสมัครครูสังคมศึกษา(หน..
ประกาศรับสมัครครูสังคมศึกษา(หน..
งานราตรี ม่วงขาว ท.๒